ข้ามไปยังเนื้อหา

กลยุทธ์และสารสนเทศ

ถอดรหัส Thai DRG กับการจัดสรรงบผู้ป่วยใน: AdjRW, WtLOS และจุด Outlier Trim Point

งบผู้ป่วยในไม่ได้จ่ายตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น แต่จ่ายตามสูตรที่มีขอบเขตชัดเจน บทความนี้กางสูตรจริงตามภาคผนวก H ให้เห็นทุกช่วง ตั้งแต่เคสวันเดียวจนถึงเพดานที่นอนต่อแล้วไม่ได้เงินเพิ่ม

อ่าน 27 นาทีบทความที่ 4 จาก 6
  • ฝ่ายยุทธศาสตร์โรงพยาบาล
  • ทีมสารสนเทศทางการแพทย์ (Health Informatics)
  • หัวหน้าศูนย์ข้อมูล

การจัดสรรงบผู้ป่วยในของไทยไม่ได้จ่ายตามค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลลงไปจริง แต่จ่ายตาม ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ของกลุ่มโรคที่เคสนั้นถูกจัดเข้า ปรับด้วยจำนวนวันนอน เงินของเคสหนึ่งเคสจึงถูกกำหนดโดยสูตรที่เขียนไว้ครบถ้วนแล้วในคู่มือ Thai DRG และสูตรนั้นมีขอบเขตของมันเอง มีช่วงที่นอนเพิ่มแล้วได้เงินเพิ่ม และมีช่วงที่นอนเพิ่มแล้วไม่ได้อะไรเลย ปัญหาในทางปฏิบัติคือสูตรนี้ถูกปฏิบัติเหมือนเป็นเรื่องของฝ่ายเวชระเบียน ทั้งที่ทีมที่ตั้งเป้าลดวันนอน ทีมที่วางแผนอัตรากำลังหอผู้ป่วย และทีมที่ต้องประมาณการรายได้ปีถัดไป ล้วนกำลังตัดสินใจบนเส้นโค้งเดียวกัน โดยที่ส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นรูปร่างของเส้นโค้งนั้น

ถ้าไม่รู้ว่าเส้นโค้งหักตรงไหน การลดวันนอนก็เป็นการเดา ไม่ใช่กลยุทธ์

หกตัวแปรที่ประกอบกันขึ้นเป็นเงินของหนึ่งเคส

ตัวแปรความหมายที่มา
RWค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ของกลุ่ม DRG ที่เคสถูกจัดเข้า สะท้อนความหนักของกลุ่มนั้นเทียบกับค่าเฉลี่ยของระบบตารางค่าน้ำหนักประจำเวอร์ชันเกณฑ์
RW0dค่าน้ำหนักสำหรับเคสที่จำหน่ายภายใน 24 ชั่วโมง มักต่ำกว่า RW เต็มอย่างมีนัยสำคัญตารางเดียวกัน กำหนดเป็นรายกลุ่ม
WtLOSวันนอนอ้างอิงของกลุ่ม DRG นั้น เป็นฐานที่ใช้กำหนดทั้งขอบล่างและขอบบนของช่วงจ่ายเต็มตารางเดียวกัน กำหนดเป็นรายกลุ่ม
OTจุดตัด outlier trim point เท่ากับ round(3 × WtLOS) เกินวันนี้ไปจึงเริ่มมีส่วนเพิ่มรายวันคำนวณจาก WtLOS โดยตรง
OFOptimization Factor ตัวคูณของส่วนเพิ่มช่วงนอนยาว กำหนดรายกลุ่ม ในตัวอย่างทั้งบทความนี้ใช้ค่า 1.0ตารางเดียวกัน
b12 / b23สัมประสิทธิ์ส่วนเพิ่มต่อวันของช่วงที่หนึ่งและช่วงที่สอง ขึ้นกับว่าเป็นกลุ่ม medical หรือ surgical และอยู่ช่วง RW ใดตารางสัมประสิทธิ์ 4 ชุด (M1, M2, P1, P2)
AdjRWค่าน้ำหนักหลังปรับตามวันนอนจริง เป็นตัวเดียวที่นำไปคูณกับอัตราจ่ายต่อ RWผลลัพธ์ของสูตรด้านล่าง
หกตัวแรกเป็นคุณสมบัติของกลุ่มโรค ตัวสุดท้ายเป็นผลลัพธ์ของเคสรายตัว ที่สับสนกันบ่อยที่สุดคือ RW กับ AdjRW ซึ่งเป็นคนละตัวและใช้คนละที่ ตัวที่คูณกับอัตราจ่ายจนออกมาเป็นเงินคือ AdjRW เสมอ
เงินที่ได้ต่อเคส  =  AdjRW  ×  อัตราจ่ายต่อ 1 RW

AdjRW คำนวณแยกตามช่วงของวันนอน (LOS):

  จำหน่ายภายใน 24 ชม.        AdjRW = RW0d
  LOS < ceil(WtLOS/3)        AdjRW = RW0d + LOS × (RW - RW0d) / ceil(WtLOS/3)
     (เฉพาะเมื่อ WtLOS > 3)
  ceil(WtLOS/3) <= LOS <= OT AdjRW = RW                            <- inlier
  OT   < LOS <= 2×OT         AdjRW = RW + OF × b12 × (LOS - OT)
  2×OT < LOS <= 3×OT         AdjRW = RW + OF × b12 × OT
                                         + OF × b23 × (LOS - 2×OT)
  LOS  > 3×OT                AdjRW = RW + OF × OT × (b12 + b23)   <- เพดาน

  OT = round(3 × WtLOS)      ปัดผลลัพธ์ 4 ตำแหน่ง แบบ half-up
สูตรตามภาคผนวก H ของคู่มือ Thai DRG ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่เครื่องยนต์ของ Audimed คำนวณจริง

อ่านเส้นโค้งจากตัวเลขจริง

เส้นโค้งค่า AdjRW ตามจำนวนวันนอน ตามสูตร Appendix Hค่า AdjRW เริ่มที่ 0.4000 สำหรับเคสวันเดียว ไต่ขึ้นถึง RW เต็ม 1.2000 ที่วันนอน 2 วัน คงที่จนถึงจุด outlier trim point ที่ 18 วัน จากนั้นเพิ่มเป็นสองช่วงตามสัมประสิทธิ์ b12 และ b23 และหยุดเพิ่มที่เพดาน 4.7190 เมื่อเกิน 54 วันADJRW vs LENGTH OF STAY - RW 1.2000 · WtLOS 6 · OT 18 · SET M20.01.02.03.04.05.00218365462LENGTH OF STAY (DAYS)AdjRWINLIER - จ่ายเต็ม RWLONG STAY · b12LONG STAY · b23CAPเคสวันเดียว = RW0d0.4000OT = round(3 × WtLOS)เกินจุดนี้จึงเริ่มจ่ายเพิ่มเพดาน - นอนต่อไม่ได้เงินเพิ่ม4.7190 @ LOS > 54* คำนวณจากสูตร Appendix H ที่เครื่องยนต์ของ Audimed ใช้จริง - ทุกจุดบนเส้นคือผลลัพธ์ของสูตร ไม่ใช่ภาพประกอบ
กลุ่มตัวอย่างที่ RW 1.2000, RW0d 0.4000, WtLOS 6 ทำให้ OT = round(3 × 6) = 18 และใช้สัมประสิทธิ์ชุด M2 ทุกจุดบนเส้นคือผลลัพธ์ของสูตร ไม่ใช่ภาพประกอบ

เส้นโค้งนี้มีสี่ช่วง และแต่ละช่วงตอบคำถามเชิงบริหารคนละคำถาม ช่วงแรกคือเคสที่นอนสั้นกว่าที่กลุ่มโรคคาดไว้ ซึ่งถูกจ่ายต่ำกว่า RW เต็ม ช่วงที่สองคือ inlier ที่จ่ายเต็มเท่ากันทุกวัน ช่วงที่สามและสี่คือส่วนเพิ่มของเคสนอนยาวที่ไล่ระดับลง และช่วงสุดท้ายคือเพดานที่หยุดนิ่ง ตารางด้านล่างคือค่าเดียวกันกับในภาพ แปลงเป็นเงินที่อัตราอ้างอิง ฿7,100 ต่อ 1 RW

วันนอน (LOS)AdjRWคิดเป็นเงินที่ ฿7,100 ต่อ RWส่วนเพิ่มต่อวัน
0 (จำหน่ายใน 24 ชม.)0.4000฿2,840-
10.8000฿5,680+฿2,840
2 ถึง 181.2000฿8,520+฿0 ตั้งแต่วันที่ 3 เป็นต้นไป
191.3212฿9,381+฿861
302.6544฿18,846+฿861 ต่อวัน
363.3816฿24,009+฿861 ต่อวัน
504.4218฿31,395+฿528 ต่อวัน
54 ขึ้นไป4.7190฿33,505+฿0
ค่า AdjRW ทุกแถวคำนวณจากสูตรภาคผนวก H ด้วยพารามิเตอร์ชุดเดียวกับในภาพ ส่วนจำนวนเงินเป็นการแปลงที่อัตราอ้างอิงเพื่อให้เห็นขนาด
  • M1 กลุ่ม medical ที่ RW 0 ถึง 0.6999: b12 = 0.0770 และ b23 = 0.0480 คิดเป็นราว ฿547 และ ฿341 ต่อวัน
  • M2 กลุ่ม medical ที่ RW ตั้งแต่ 0.7 ขึ้นไป: b12 = 0.1212 และ b23 = 0.0743 คิดเป็นราว ฿861 และ ฿528 ต่อวัน
  • P1 กลุ่ม surgical ที่ RW 0 ถึง 1.9999: b12 = 0.0904 และ b23 = 0.0584 คิดเป็นราว ฿642 และ ฿415 ต่อวัน
  • P2 กลุ่ม surgical ที่ RW ตั้งแต่ 2.0 ขึ้นไป: b12 = 0.1580 และ b23 = 0.1268 คิดเป็นราว ฿1,122 และ ฿900 ต่อวัน

นัยเชิงบริหาร: ลดวันนอนตรงไหนได้ ตรงไหนกินรายได้ตัวเอง

การลดวันนอนที่ทำลายรายได้ของตัวเอง

  • ตัดวันนอนจาก 3 วันเหลือ 1 วันในกลุ่มตัวอย่างนี้ AdjRW ร่วงจาก 1.2000 เหลือ 0.8000 หายไปหนึ่งในสามของค่าเต็ม ทั้งที่ต้นทุนหลักเกิดขึ้นไปแล้วในวันแรก
  • ตั้งเป้า ALOS รวมทั้งโรงพยาบาลเป็นตัวเลขเดียว ทั้งที่แต่ละ DRG มี WtLOS และ OT ของตัวเอง จุดคุ้มจึงอยู่คนละที่
  • เร่งจำหน่ายเคสที่อยู่ในช่วง b12 ของกลุ่ม RW สูง โดยไม่เทียบกับต้นทุนวันนอนจริงของหอผู้ป่วยนั้นก่อน
  • วัดผลด้วยวันนอนเฉลี่ยอย่างเดียว โดยไม่ดูว่าเคสถูกดันข้ามขอบของช่วงไหนไปบ้าง

การลดวันนอนที่ได้ประโยชน์ทั้งสองทาง

  • ลดวันนอนภายในช่วง inlier เช่นจาก 18 วันเหลือ 10 วันในตัวอย่างนี้ AdjRW เท่าเดิมทุกบาท ต้นทุนที่ลดได้จึงเป็นกำไรตรง
  • ตัดวันนอนที่เกิน 3 × OT ออกก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเป็นช่วงที่รายได้ส่วนเพิ่มเป็นศูนย์อย่างแน่นอน
  • ตั้งเป้าเป็นรายกลุ่ม DRG โดยอิง WtLOS และ OT ของกลุ่มนั้น แล้วค่อยรวมขึ้นเป็นเป้าระดับโรงพยาบาล
  • ตรวจกลุ่มที่ WtLOS ไม่เกิน 3 ก่อน เพราะกลุ่มเหล่านี้ไม่มีช่วง short stay เลย นอนครบหนึ่งวันก็ได้ RW เต็มแล้ว

ประโยคที่ต้องพูดให้ตรงคือ วันนอนที่เกิน 3 × OT ไม่ได้แปลว่าโรงพยาบาลทำอะไรผิด ผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องนอนยาวจริง แต่แปลว่าตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป รายได้ส่วนเพิ่มเท่ากับศูนย์ ในขณะที่ต้นทุนยังเดินต่อทุกวัน และเมื่อวางทับกับตัวเลขที่วงการพูดกันอยู่แล้ว คือต้นทุนจริงของโรงพยาบาลชุมชนราว ฿13,000 ต่อ RW เทียบกับอัตราจ่ายอ้างอิง ฿7,100 ต่อ RW เคสที่ทะลุเพดานจึงไม่ใช่แค่ขาดทุนตามส่วน แต่เป็นการขาดทุนที่ไม่มีรายได้ส่วนเพิ่มมาชดเชยเลย สิ่งที่ผู้บริหารควรได้จากระบบข้อมูลจึงไม่ใช่รายงานวันนอนเฉลี่ย แต่คือรายชื่อเคสที่กำลังจะข้าม OT และ 3 × OT ในสัปดาห์นี้

เวอร์ชันของเกณฑ์คือสัญญาที่มีวันที่กำกับ

การเปลี่ยนผ่านเวอร์ชันของ Thai DRG และผลต่อการเบิกจ่ายไทม์ไลน์เวอร์ชัน Thai DRG จาก 6.1 6.2 6.3 ไปสู่ 6.4 โดยแต่ละเวอร์ชันมีการปรับกลุ่มโรคและค่าน้ำหนัก ทำให้เคสเดียวกันอาจได้ค่า AdjRW ต่างกัน จึงต้องบันทึกเวอร์ชันที่ใช้คำนวณไว้กับทุกเคสA GROUPER VERSION IS A DATED CONTRACT, NOT A DETAIL6.1เกณฑ์รุ่นก่อน6.2ปรับกลุ่มโรค + ค่าน้ำหนัก6.3รุ่นที่ใช้อ้างอิงปัจจุบัน6.4รุ่นถัดไป - ต้องเตรียมล่วงหน้าSAME ADMISSION - GROUPED ON 6.2Aค่า AdjRW ที่เกณฑ์เดิมให้SAME ADMISSION - GROUPED ON 6.3Bค่า AdjRW ที่เกณฑ์ใหม่ให้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเท่ากัน* ตัวเลขเชิงอธิบาย - ประเด็นคือทุกเคสต้องเก็บ “เวอร์ชันที่ใช้คำนวณ” ไว้เสมอ เพื่อกระทบยอดย้อนหลังได้
ตัวเลขในภาพเป็นตัวอย่างเชิงอธิบาย ประเด็นคือเคสเดียวกันภายใต้เกณฑ์คนละเวอร์ชันคือเงินคนละจำนวน จึงต้องเก็บเวอร์ชันที่ใช้คำนวณไว้กับทุกเคส

ทุกครั้งที่ Thai DRG ขึ้นเวอร์ชันใหม่ สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่แค่ตารางค่าน้ำหนัก แต่รวมถึงเงื่อนไขการจัดกลุ่ม ขอบเขตของกลุ่มโรค และค่า WtLOS ที่กำหนดจุด OT ของแต่ละกลุ่ม ผลคือเคสเดิมที่ไม่ได้แก้รหัสแม้แต่ตัวเดียว สามารถได้ AdjRW คนละค่าเมื่อจัดกลุ่มด้วยเกณฑ์คนละรุ่น ถ้าระบบของโรงพยาบาลไม่ได้เก็บว่า เคสนี้ถูกคำนวณด้วยเกณฑ์เวอร์ชันอะไร เมื่อไหร่ การกระทบยอดย้อนหลังจะกลายเป็นการเดา และการเจรจาเรื่องส่วนต่างกับกองทุนจะไม่มีหลักฐานให้ยืน เครื่องยนต์ที่ Audimed ใช้อ้างอิงเวอร์ชัน 6.3.3 และได้ผลลัพธ์ DRG, RW, AdjRW ตรงกับโปรแกรมจัดกลุ่มต้นฉบับทั้ง 371,163 เคสอ้างอิง ซึ่งเป็นเงื่อนไขขั้นต่ำก่อนที่จะพูดถึงการเปรียบเทียบข้ามเวอร์ชันได้อย่างมีความหมาย

เชื่อมข้อมูลอย่างไรโดยไม่ต้องแตะระบบ HIS เดิม

สถาปัตยกรรม Data Pipeline ที่ไม่ต้องแก้ไขระบบ HIS เดิมข้อมูลไหลทางเดียวจากระบบ HIS ผ่านการส่งออกไฟล์ตามกำหนดเวลา เข้าสู่เครื่องยนต์จัดกลุ่ม DRG และออกมาเป็นคิวเคสที่ควรทบทวน โดยไม่มีการเขียนข้อมูลกลับเข้าระบบ HISONE-WAY, READ-ONLY - NO HIS MODIFICATION, NO WRITE-BACKDBHISระบบเดิมของโรงพยาบาลCSVScheduled Exportไฟล์ CSV รายวันDRGGrouping EngineDRG · RW · AdjRWUIReview Queueคิวเคสที่ควรทบทวนไม่เขียนกลับผลที่ตามมา: ไม่ต้องแก้ไข HIS · ไม่ต้องเปิด API เข้าระบบหลัก · ทีม IT ควบคุมได้ว่าข้อมูลอะไรออกไปบ้าง
สถาปัตยกรรมทางเดียว อ่านอย่างเดียว ไม่มีขั้นตอนไหนเขียนข้อมูลกลับเข้าระบบ HIS ทีม IT จึงควบคุมได้ทั้งหมดว่าข้อมูลอะไรออกไปบ้าง
  1. 1

    กำหนดชุดฟิลด์ที่ต้องส่งออกให้ครบ ก่อนคุยเรื่องอื่น

    ต้องการรหัส ICD-10, ICD-9-CM, เพศ, วันเกิด, วันรับและวันจำหน่ายเป็นวันที่จริง สถานะจำหน่าย และรหัสอ้างอิงเคส ที่ต้องย้ำคือวันเกิดและวันที่ ไม่ใช่อายุเป็นปีกับตัวเลข LOS ที่คำนวณมาแล้ว เพราะเกณฑ์คิดอายุจากวันเกิดเทียบวันรับ และทารกที่อายุไม่ถึง 28 วันถูกจัดไปคนละ MDC ส่วนเคสทารกที่ไม่มีน้ำหนักแรกรับจะถูกตีกลับเป็น error ตั้งแต่ต้นทาง

  2. 2

    ส่งออกตามกำหนดเวลา ทางเดียว อ่านอย่างเดียว

    ไฟล์ตามรอบที่ตกลงกัน ไม่ต้องเปิด API เข้าระบบหลัก ไม่ต้องติดตั้ง agent บนเซิร์ฟเวอร์ HIS และไม่มี process ไหนเขียนข้อมูลกลับ ข้อดีเชิงบริหารคือขอบเขตความเสี่ยงถูกจำกัดไว้ที่ไฟล์ ไม่ใช่ที่ระบบ

  3. 3

    จัดกลุ่มด้วยเกณฑ์เดียวกับที่ใช้เบิก แล้วบันทึกเวอร์ชันติดไปกับผลลัพธ์

    ผลลัพธ์ที่เก็บควรมีทั้ง DRG, RW, AdjRW, WtLOS, OT และเวอร์ชันเกณฑ์ที่ใช้ ถ้าเก็บแค่ AdjRW ตัวเดียว เมื่อถูกถามว่าทำไมเคสนี้ได้เท่านี้ จะไม่มีใครตอบได้โดยไม่ต้องคำนวณใหม่

  4. 4

    คืนผลเป็นคิวเคสที่ควรทบทวน พร้อมเหตุผลที่ตรวจสอบได้

    ปลายทางไม่ใช่ไฟล์ที่เขียนกลับเข้า HIS แต่เป็นคิวให้คนตัดสินใจ โดยแต่ละรายการต้องบอกได้ว่าอ้างอิงหลักฐานอะไรในเวชระเบียน และการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งต้องมี audit trail ว่าใครอนุมัติเมื่อไหร่ กระบวนการเดิมที่ใช้เวลา 20 ถึง 30 วันในสาย Doctor ถึง Coder ถึง Auditor จึงถูกย่อได้โดยที่ผู้รับผิดชอบยังเป็นคนเดิม

  • ทุกเคสที่ผ่านการจัดกลุ่มมีฟิลด์ เวอร์ชันเกณฑ์ และ วันที่จัดกลุ่ม เก็บคู่กับ DRG, RW, AdjRW
  • เก็บ WtLOS และ OT ของกลุ่มที่เคสตกลงไปด้วย ไม่ใช่เก็บแค่ค่า AdjRW สุดท้าย
  • ไฟล์ส่งออกใช้วันรับและวันจำหน่ายเป็นวันที่จริง ไม่ใช่ตัวเลข LOS ที่ระบบต้นทางคำนวณมาแล้ว
  • เคสทารกมีวันเกิดและน้ำหนักแรกรับครบทุกราย เพราะสองฟิลด์นี้เปลี่ยนได้ทั้ง MDC และค่าน้ำหนัก
  • การเปรียบเทียบ AdjRW ระหว่างระบบทำที่ทศนิยมสี่ตำแหน่ง ไม่ใช่ tolerance ที่กว้างกว่านั้น
  • มีชุดเคสอ้างอิงไว้รันซ้ำทุกครั้งที่เกณฑ์ขึ้นเวอร์ชัน และต้องอธิบายได้ทุกความต่างที่เกิดขึ้น
  • ข้อมูลที่ออกจาก HIS ไม่มีตัวระบุตัวบุคคลเกินความจำเป็น และมีบันทึกการเข้าถึง สอดคล้องกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดให้ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26
  • pipeline เป็นทางเดียวจริง ไม่มีขั้นตอนไหนเขียนข้อมูลกลับเข้าระบบ HIS

18

จุด outlier trim point ของตัวอย่างนี้ จาก round(3 × WtLOS)

4.7190

เพดาน AdjRW ที่ LOS เกิน 54 วัน นอนต่อไม่เพิ่มอีก

฿861

รายได้ส่วนเพิ่มต่อวันในช่วง b12 ของชุด M2 ที่ ฿7,100 ต่อ RW

371,163

เคสอ้างอิงที่ให้ผล DRG / RW / AdjRW ตรงกับโปรแกรมต้นฉบับ

คำถามที่พบบ่อย

AdjRW ต่างจาก RW อย่างไร และคำนวณอย่างไร
RW คือค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ประจำกลุ่ม DRG ที่เคสถูกจัดเข้า ส่วน AdjRW คือค่าที่ปรับตามจำนวนวันนอนจริงแล้ว และเป็นตัวที่นำไปคูณกับอัตราจ่ายต่อ RW การคำนวณแบ่งเป็นช่วง เคสที่จำหน่ายภายใน 24 ชั่วโมงได้ RW0d เคสที่นอนสั้นกว่า ceil(WtLOS/3) ได้ค่าไล่ระดับระหว่าง RW0d กับ RW เคสที่อยู่ในช่วง inlier ได้ RW เต็ม และเคสที่นอนเกินจุด OT ได้ส่วนเพิ่มรายวันตามสัมประสิทธิ์ b12 แล้วลดเป็น b23 จนถึงเพดานที่ 3 เท่าของ OT
Outlier trim point (OT) คืออะไร คำนวณจากอะไร
OT คือจุดที่เคสเริ่มถูกนับเป็นเคสนอนยาว คำนวณจาก round(3 × WtLOS) โดย WtLOS เป็นค่าวันนอนอ้างอิงประจำกลุ่ม DRG นั้น ตัวอย่างเช่นกลุ่มที่ WtLOS เท่ากับ 6 จะได้ OT เท่ากับ 18 วัน หมายความว่าวันที่ 1 ถึง 18 อยู่ในช่วงจ่ายเต็ม ส่วนวันที่ 19 เป็นต้นไปจึงเริ่มมีส่วนเพิ่มรายวัน เนื่องจาก WtLOS ต่างกันในแต่ละกลุ่ม จุด OT จึงต่างกันไปด้วย และไม่สามารถใช้ตัวเลขวันนอนตัวเดียวเป็นเกณฑ์ร่วมทั้งโรงพยาบาลได้
การลดวันนอนช่วยเพิ่มรายได้เสมอหรือไม่
ไม่เสมอไป ผลขึ้นกับว่าเคสอยู่ช่วงไหนของเส้นโค้ง ถ้าลดวันนอนภายในช่วง inlier ค่า AdjRW ไม่เปลี่ยนเลย ต้นทุนที่ประหยัดได้จึงเป็นผลบวกล้วน แต่ถ้าลดจนต่ำกว่า ceil(WtLOS/3) ค่า AdjRW จะร่วงลง เช่นในตัวอย่างที่ WtLOS เท่ากับ 6 การจำหน่ายที่ 1 วันแทน 3 วันทำให้ AdjRW ลดจาก 1.2000 เหลือ 0.8000 ดังนั้นเป้าลดวันนอนควรตั้งเป็นรายกลุ่ม DRG โดยอ้างอิง WtLOS และ OT ของกลุ่มนั้น
ทำไมต้องเก็บเวอร์ชันของเกณฑ์ Thai DRG ไว้กับทุกเคส
เพราะการขึ้นเวอร์ชันเปลี่ยนทั้งเงื่อนไขการจัดกลุ่ม ค่าน้ำหนัก และค่า WtLOS ที่กำหนดจุด OT เคสเดิมที่ไม่ได้แก้รหัสเลยจึงได้ AdjRW คนละค่าเมื่อจัดกลุ่มด้วยเกณฑ์คนละรุ่น ถ้าไม่บันทึกว่าเคสนี้คำนวณด้วยเวอร์ชันอะไรและเมื่อไหร่ การกระทบยอดย้อนหลังและการอธิบายส่วนต่างกับกองทุนจะทำไม่ได้ การเก็บเวอร์ชันไว้ยังทำให้ประเมินผลกระทบของเกณฑ์รุ่นถัดไปได้ล่วงหน้า ด้วยการจัดกลุ่มเคสย้อนหลังชุดเดียวกันด้วยสองเวอร์ชันแล้วเทียบกัน
การเชื่อมต่อระบบต้องแก้ไข HIS เดิมหรือไม่
ไม่ต้อง รูปแบบที่ใช้คือการส่งออกไฟล์ตามกำหนดเวลาแบบทางเดียวและอ่านอย่างเดียว ไม่ต้องเปิด API เข้าระบบหลัก ไม่ต้องติดตั้งส่วนเสริมบนเซิร์ฟเวอร์ HIS และไม่มีขั้นตอนไหนเขียนข้อมูลกลับ ผลลัพธ์ถูกส่งคืนเป็นคิวเคสที่ควรทบทวนให้คนตัดสินใจ ทีม IT จึงควบคุมได้ทั้งหมดว่าข้อมูลใดออกจากระบบบ้าง ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการดูแลข้อมูลสุขภาพตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

แหล่งอ้างอิงและเอกสารที่เกี่ยวข้อง

  1. [1]คู่มือการจัดกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (Thai DRG) ฉบับที่ 6.3 ภาคผนวก H ว่าด้วยการปรับค่าน้ำหนักตามวันนอน และนิยาม RW, RW0d, WtLOS - สำนักงานกลางสารสนเทศบริการสุขภาพ (สกส.)
  2. [2]หลักเกณฑ์การจ่ายชดเชยค่าบริการผู้ป่วยในตามระบบ DRG และอัตราจ่ายต่อน้ำหนักสัมพัทธ์ - สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
  3. [3]พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ว่าด้วยข้อมูลอ่อนไหวและข้อมูลสุขภาพ - ราชกิจจานุเบกษา
  4. [4]ICD-10-TM และ ICD-9-CM มาตรฐานรหัสโรคและหัตถการที่ใช้ในระบบเบิกจ่ายผู้ป่วยในของไทย - กระทรวงสาธารณสุข

Portfolio Review

อยากรู้ว่าตัวเลขของโรงพยาบาลคุณเป็นเท่าไหร่

เรานำเคส IPD ย้อนหลังของคุณมาจัดกลุ่มใหม่ทั้งหมด แล้วรายงานเป็น Leakage Baseline ที่กระทบยอดกับสิ่งที่เบิกไปจริงได้ - ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม

สมการรายได้ที่รั่วไหลจาก AdjRWจำนวนเคสผู้ป่วยในต่อปี 18,000 เคส คูณด้วย AdjRW ที่หายไป 0.05 ต่อเคส คูณด้วยอัตราจ่าย 7,100 บาทต่อ RW เท่ากับรายได้ที่หายไป 6,390,000 บาทต่อปีIPD CASES / YEAR18,000รพ. ทั่วไปขนาดกลาง×ADJRW LOST / CASE0.05ส่วนที่บันทึกตกหล่น×BAHT PER RW฿7,100อัตราจ่ายต่อ 1 RWANNUAL REVENUE LEAKAGEเงินที่ควรได้ แต่ไม่เคยถูกเบิกเทียบเท่าพยาบาลวิชาชีพราว 12 อัตรา ต่อปี฿6,390,000PER YEAR
การเงินโรงพยาบาลอ่าน 21 นาที

ทำไม AdjRW ที่หายไป 0.05 ต่อเคส ถึงทำให้โรงพยาบาลสูญรายได้หลักล้านต่อปีโดยไม่รู้ตัว

ส่วนต่างเล็กน้อยระดับทศนิยมที่มองไม่เห็นในเคสเดียว เมื่อคูณด้วยจำนวนเคสทั้งปีและอัตราจ่ายต่อ RW กลายเป็นเงินหลักล้าน - และไม่มีบรรทัดไหนในงบการเงินที่จะฟ้องให้คุณรู้

ผู้อำนวยการโรงพยาบาล
จำนวนวิธีจัดลำดับรหัสวินิจฉัยตามจำนวนโรคในหนึ่งเคสเคสที่มี 5 โรคมี 120 วิธีจัดลำดับ 8 โรคมี 40,320 วิธี 10 โรคมี 3.6 ล้านวิธี 12 โรคมี 479 ล้านวิธี และ 15 โรคมีมากกว่าหนึ่งล้านล้านวิธี ขณะที่เครื่องยนต์ประเมินจริงเพียง 256 ชุดที่เป็นไปได้ASSIGNMENTS PER CASE = N! (WHICH CODE IS PDx, AND IN WHAT ORDER)จำนวนโรคในเคสจำนวนวิธีจัดลำดับที่เป็นไปได้ (สเกลลอการิทึม)5 โรค1208 โรค40,32010 โรค3,628,80012 โรค479,001,60015 โรค1,307,674,368,000first-match collapse: เครื่องยนต์ประเมินจริงไม่เกิน 256 ชุด ต่อเคสเพราะจุดที่ลำดับมีผลเป็นลูป “เจอตัวแรกแล้วหยุด” - k! ยุบเหลือ k โดยไม่เสียคำตอบ≤ 256
งานเวชระเบียนอ่าน 28 นาที

เจาะลึกวิกฤต Coder เวชระเบียนไทย: เมื่อความซับซ้อนของเคสโตเกินขีดจำกัดของมนุษย์

เคสผู้ป่วยในที่มีวินิจฉัย 10 รหัส มีวิธีจัดวางโรคหลักและลำดับโรครองได้ 3,628,800 แบบ และแต่ละแบบพาเคสไปคนละ DRG cell ปัญหานี้ไม่ได้แก้ด้วยการขอให้ผู้ลงรหัสตั้งใจกว่าเดิม เพราะมันไม่เคยเป็นปัญหาของความตั้งใจ

หัวหน้างานเวชระเบียน
เวิร์กโฟลว์แบบรันข้ามคืนสำหรับการทบทวนเวชระเบียนเคสที่จำหน่ายตอนเย็นถูกส่งออกอัตโนมัติเวลา 22 นาฬิกา ประมวลผลจัดกลุ่มตอนตี 2 และเช้าวันถัดมาเวลา 8 นาฬิกา coder จะเห็นคิวเฉพาะเคสที่มีมูลค่าสูงพร้อมทบทวนOVERNIGHT BATCH - NO ONE WAITS FOR THE MACHINEนอกเวลาทำการ16:00จำหน่ายผู้ป่วยเคสของวันปิดที่ HIS22:00Export อัตโนมัติไฟล์เดียว ส่งเข้าคิว02:00Batch Groupingจัดกลุ่มทุกเคสที่จำหน่าย08:00Coder เปิดคิวเห็นเฉพาะเคส High-ValueWITHOUT THE BATCHcoder เปิดมาเจอกองเคสเท่ากันหมด ไล่ทบทวนตามลำดับที่มาถึงWITH THE BATCHเวลาเท่าเดิม ถูกใช้กับเคสที่มีส่วนต่างจริงก่อน
เวิร์กโฟลว์และการนำไปใช้อ่าน 32 นาที

จากข้อมูลย้อนหลังสู่เวิร์กโฟลว์จริง: คู่มือ 3 ขั้นตอนทำ Retrospective Batch Review

เครื่องยนต์ที่จัดกลุ่มได้ตรงทุกเคสยังไม่มีมูลค่า จนกว่าจะมีคนตอบได้ว่าเช้าวันจันทร์ควรเปิดเคสไหนก่อน นี่คือเวิร์กโฟลว์รันข้ามคืนที่เริ่มได้โดยไม่ต้องแตะ HIS และล้มแล้วรันใหม่ได้

เจ้าหน้าที่ IT โรงพยาบาล