ทำไม AdjRW ที่หายไป 0.05 ต่อเคส ถึงทำให้โรงพยาบาลสูญรายได้หลักล้านต่อปีโดยไม่รู้ตัว
ส่วนต่างเล็กน้อยระดับทศนิยมที่มองไม่เห็นในเคสเดียว เมื่อคูณด้วยจำนวนเคสทั้งปีและอัตราจ่ายต่อ RW กลายเป็นเงินหลักล้าน - และไม่มีบรรทัดไหนในงบการเงินที่จะฟ้องให้คุณรู้
กลไกของ Thai DRG ถูกเขียนไว้ครบถ้วนในคู่มือ แต่ผลกระทบทางการเงินของมัน แทบไม่เคยถูกแปลให้เป็นภาษาที่ผู้บริหารและทีมหน้างานใช้ตัดสินใจได้จริง - เราเขียนบทความเหล่านี้เพื่อปิดช่องว่างนั้น
ส่วนต่างเล็กน้อยระดับทศนิยมที่มองไม่เห็นในเคสเดียว เมื่อคูณด้วยจำนวนเคสทั้งปีและอัตราจ่ายต่อ RW กลายเป็นเงินหลักล้าน - และไม่มีบรรทัดไหนในงบการเงินที่จะฟ้องให้คุณรู้
ทั้งสองอย่างทำให้ AdjRW สูงขึ้นเหมือนกัน ต่างกันตรงที่อย่างหนึ่งรอดจากการตรวจสอบย้อนหลัง อีกอย่างหนึ่งไม่รอด - และสิ่งที่แยกมันออกจากกันไม่ใช่ตัวเลข แต่คือหลักฐานที่ชี้ได้ในเวชระเบียน
เคสผู้ป่วยในที่มีวินิจฉัย 10 รหัส มีวิธีจัดวางโรคหลักและลำดับโรครองได้ 3,628,800 แบบ และแต่ละแบบพาเคสไปคนละ DRG cell ปัญหานี้ไม่ได้แก้ด้วยการขอให้ผู้ลงรหัสตั้งใจกว่าเดิม เพราะมันไม่เคยเป็นปัญหาของความตั้งใจ
งบผู้ป่วยในไม่ได้จ่ายตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น แต่จ่ายตามสูตรที่มีขอบเขตชัดเจน บทความนี้กางสูตรจริงตามภาคผนวก H ให้เห็นทุกช่วง ตั้งแต่เคสวันเดียวจนถึงเพดานที่นอนต่อแล้วไม่ได้เงินเพิ่ม
ข้อเสนอ “จ่ายเมื่อคุณได้เงินเพิ่มเท่านั้น” ฟังดูยุติธรรมที่สุดสำหรับโรงพยาบาล แต่ในระบบที่เงินมาจากกองทุนรัฐ มันคือการเขียนแรงจูงใจให้ดันรหัสสูงขึ้นลงไปในสัญญา โดยไม่มีเทอมไหนคอยถ่วงดุล
เครื่องยนต์ที่จัดกลุ่มได้ตรงทุกเคสยังไม่มีมูลค่า จนกว่าจะมีคนตอบได้ว่าเช้าวันจันทร์ควรเปิดเคสไหนก่อน นี่คือเวิร์กโฟลว์รันข้ามคืนที่เริ่มได้โดยไม่ต้องแตะ HIS และล้มแล้วรันใหม่ได้